วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

มะเขือเทศ


มะเขือเทศ เป็นผักสีแดงสวย เนื้อฉ่ำ รสชาติ อร่อยเพราะมี กรดอะมิโน ที่ชื่อ กลูตามิก สูงกรดอะมิโน ชนิดนี้เป้นตัวเพิ่มรสชาติในอาหาร เป็น กรดอะมิโน ตัวเดียวกับที่มีในผงชูรส

มะเขือเทศ มีสารไลโคปีน จัดเป็น แคโรทีนน้อยด์ ชนิดหนึ่ง เป็นสาร Antioxidant สามารถลดการเกิด มะเร็ง ในลำไส้และ มะเร็งต่อมลูกหมาก ได้ จากงานวิจัยพบว่าการรับประทาน มะเขือเทศ 10 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดอัตราการเกิด มะเร็งที่ต่อมลูกหมาก ในเพศชายได้มากกว่าร้อยละ 45 

มะเขือเทศ มี เบตาแคโรทีน สุงเช่นกัน มี ฟอสฟอรัส ไวตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับผักชนิดอื่นๆ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

พริกไทย


พริกไทย เป็นเครื่องเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นราชาแห่งเครื่องเทศ พริกไทย นำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งผลอ่อนและผลสุก พริกไทย อ่อนมีน้ำมันหอมระเหย นิยมปรุงในผัดผัก เพื่อดับบกลิ่นคาว ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดหัว ปวดตามข้อ และ แก้ท้องเสียได้ นอกจากนี้ ยังมี แคลเซียม สูง และ เบตาแคโรทีน ผลสุกนำมาทำเป็นเมล็ดพริกไทยทั้งสองชนิดคือ พริกไทยดำ และ พริกไทยขาว แตกต่างกัน ตรงวิธีการผลิต พริกไทยดำ จะมีรสเผ็ดและกลิ่นหอมกว่าพริกไทยขาว พริกไทย ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ขับเสมหะ ไอ สะอึก ได้ ช่วยกระตุ้นการไหลของ น้ำลายและ น้ำย่อย ขับลมในกระเพราะอาหาร กระตุ้นให้กล้ามเนื้อในกระเพราะและลำไส้คลื่นไหวสม่ำเสมอ อาหารจึงย่อยง่าย จากงานวิจัยพบว่า สารฟีนอลิกส์ ใน พริกไทย มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant สามารถต้าน มะเร็ง ได้

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

พริก


พริก ทุกชนิดจะมีสาร แคปไซซิน มีสรรพคุณช่วยระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตและหัวใจ ช่วยขับเหงื่อ มีสารต้าน อนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิด มะเร็ง ได้ ถ้ารับประทาน พริก มากๆ หรือรับประทานเผ็ดเป็นประจำ ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารจะทำงานไม่ดี แต่ถ้ารับประทานในปริมาณพอเหมาะ จะทำให้เลือดไม่จับตัว เป็นก้อน เลือดไหลเวียนได้ดี

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผักชีฝรั่ง


ผักชีฝรั่ง มีดีในเรื่องกลิ่นไม่แพ้ ผักชีไทย หรือผักชีลาว มักใช้ในอาการรสจัด พวกต้มยำ ลาบ ก้อย เนื่องจากลิ่นของผักชีฝรั่ง กลบกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้อย่างดี ผักชีฝรั่ง มี ไวตามินซี สูง มี เบตาแคโรทีน สูง นำไปใช้สร้าง ไวตามินเอ บำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย มี ไวตามินบี 1 และ บี2 และ ไนอาซิน ให้ระบบการทำงานในร่างกายสมดุล

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผักบุ้ง


ผักบุ้ง ผักพื้นล้านของไทย ที่รู้จักดีนี้อุดมไปด้วย ไวตามินเอ ซึ่งช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงเป็นประกาย ไม่แสบหรือแห้ง และยังช่วยก้องกันการเกิด มะเร็ง ด้วย นอกจาสกไวตามินเอ แล้ว ผักบุ้ง ยังมากล้นไปด้วย ไวตามินซี โดยเฉพาะถ้ากินสดๆ ธาตุเหล็ก ใน ผักบุ้ง ช่วยบำรุงเลือด ส่วน แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส ที่มีอยู่ก็ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน หากจะพูดถึงสรรพคุณทางยา ผักบุ้ง มีสารบางชนิดที่ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้สำหรับคนที่เป็น โรคเบาหวาน ผักบุ้งเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยบรรเทาอาการร้อนในได้ ผักบุ้งจีน จะมี แคลเซียม และ เบตาแคโรทีน มากกว่า ผักบุ้ง ชนิดอื่นๆ

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผักชี


ผักชี เป็นผักที่โดดเด่นทั้งรูปร่าง กลิ่น และคุณค่า ต่อร่างกาย ส่วนของ ผักชี ที่เรามักนำมาใช้ประโยชน์ก็คือ เมล็ด และต้น ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะมีกลิ่นเฉพาะตัว เมล็ดผักชี ใช้ รักษาอาการปวดท้องและช่วยย่อยอาหารอื่นๆ หรือแต่งหน้าอาหารนั้นก็มี สรรพคุณช่วยย่อย เช่นกัน และยังมี เบตาแคโรทีน อีกด้วย แม้จะไม่มากเท่าผักอื่นๆก็ตาม นอกจากนี้ ผักชี ยังมีฤทธิ์เผ็ดร้อนช่วยขับลม บำรุงธาตุแก้คลื่นไส้ได้

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผักกาดขาว


ผักกาดขาว เป็นผักสามัญที่เห็นกันดาษดื่นทั่วไป แต่มีคุณค่าทางอาหารมากมายชนิดต้องแปลกใจ ผักกาดขาว อุดมไปด้วย โฟเลต ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก ถ้าแม่ได้รับ โฟเลต น้อยเกินไป การสร้างระบบประสาทและ DNA ของทารกอาจผิดปรกติได้ นอกจากนี้ โฟเลต ยังช่วยทำให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรงอีกด้วย

ผักกาดขาว มีสรรพคุณหลายด้าน ทั้งช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้พิษสุรา ซ้ำเส้นใยที่มีอยู่มากใน ผักกาดขาว ยังช่วยให้ผู้ที่ท้องผูกบ่อยๆ ผ่อนหนักเป็นเบาได้อีกด้วย

ผักกาดหอม


ผักกาดหอม เป็นผักที่นิยมรับประทานสดๆ นำมาทำเป็นผักสลัดหรือรับประทานแนมกับอาหารอื่นๆ เพื่อตัดความเลี่ยนและเพิ่มรสชาติของอาหารจานนั้นๆ การรับประทานสดๆ ทำให้ได้รับ ไวตามินซี ที่มีอยู่ใน ผักกาดหอม สูงได้อย่างดี

ผักกาดหอม มีสาร เบตาแคโรทีน สูงเป็นสาร Antioxidant ทำหน้าที่จับ อนุมูลอิสระ ในร่างกายของเรา ทำให้ต้าน มะเร็ง ได้หลายชนิด การแพทย์แผ่นจีนแนะนำให้คุณแม่รับประทานผักกาดหอม มากๆเพื่อเพิ่มน้ำนม

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ใบแมงลัก

ใบแมงลัก ดูเหมือนจะเป็นแค่เครื่องเคียง หรือแต่งหน้าแต่งกลิ่นอาหารเท่านั้น แท้จริงแล้วใบแมงลัก ยังมีฤทธิ์ทงยาคือ ช่วยขับลม เป็นยาระบายอ่อนๆ และมี เบตาแคโรทีน สูง ส่วนต่างๆ ของใบแมงลัก สามารถนำมาแยก ทำยาได้ โดยเฉพราะในส่วนใบและลำต้น หากรับประทานสดๆจะช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ น้ำคั้น จากใบสดใช้รับประทานแก้หวัดและหลอดลมอักเสบได้ สำหรับเมล็ดถ้ารับประทานเมล็ดแห้งแบบไม่ต้องแช่น้ำสักประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยดูดซึมแก้ โรคเบาหวาน ได้

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผักโขม

ผักโขม จริงๆ แล้วนั่นคือ ผักปวยเล้ง ใบผักโขม เป็นแหล่ง เบตาแคโรทีน ชั้นเชี่ยม เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น ไวตามินเอ ช่วยให้สายตาดี นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรั และ โปรตีน

ผักโขม มีเส้านใยอาหารมาก ช่วยจับ สารไนโตรต์ ที่เป็นสารก่อ มะเร็ง ซึ่งมักปนเปื้อนมาในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก ลดความเสี่ยงในการเป็น มะเร็ง ในกระเพราะอาหาร

คนเฒ่าคนแก่มักแนะนำให้แม่ลูกอ่อนรับประทาน ผักโขม เพื่อน้ำนมเพราะ ผักโขม มี ธาตุเหล็ก สูง

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปวยเล้ง


ปวยเล้ง อุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก แต่ ปวยเล้ง ก็มี กรดยูริก มาก คนที่ป่วยเป็น โรคเกาต์ หรือ ไข้ข้ออักเสบ จึงไม่ควรรับประทาน ปวยเล้ง มี คลอโรฟิลล์ สูง จึงเหมาะกับผู้ป่วยเป็น โรคโลหิตจาง ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลีย และมีอาการเครียด ควรรับประทานสดๆ จึงดีกว่า โดยการนำไปทำสลัด ปวยเล้ง มี เบตาแคโรทีน สูง บำรุงสายตา และผิวพรรณ แถมยังต้าน มะเร็ง ได้อีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปลาทะเล


น้ำมันจากปลาทะเล ต่างๆ เช่น ปลาแมคเคอเรล แซลมอน ทูน่า จะละเม็ด กะพงขาว ปลาทู และซาร์ดีน มีกรดชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มกรดไข่มัน ไม่อิ่มตัวที่มีชื่อว่า โอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อการทำงานของเซลล์ ช่วยให้ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากรับประทานเป็นประจำจะป้องกัน โรคหัวใจ ได้
 

จากการวิจัยพบว่าถ้ากินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจล้มเหลว ได้ถึง 1 ใน 3 การปรุงด้วยวิธีนึ่ง ย่าง อบ และต้ม จะดีที่สุดเพราะ ช่วยรักษาน้ำมันที่มีประโยชน์ไว้ การทอดจะทำลาย โอเมก้า 3 ปลากระป๋องก็ให้ประยชน์เช่นกัน สามารถกินได้ทั้งกระดูกและก้าง ทำให้ได้แคลเซียมเพิ่มขึ้นด้วย

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ใบปอ


สีเขียวเข้มจัดตัดกับสีขาวนวลของข้าวต้มร้อนๆ ที่พร้อมเสิร์ฟนั้น จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าประกอบด้วยธาตุอาหารธรรมดาๆ แต่หากสำคัญยิ่งต่อรางกาย เช่น เหล็ก แคลเซียม เบตาแคโรทีน ตัวเอกที่ป้องกันการเกิด มะเร็ง และ โรคหัวใจขาดเลือด ใบปอยังมี ไวตามินซีสูง แต่มักจะหมดไปเพราะการผัดน้ำมันด้วยความร้อนสูง อย่างไรก็ตามคุณค่าทางอาหารอย่างอื่นๆ ยังคงอยู่อีกมาก เช่น ไวตามินบี 2 ฟอสฟอรัส ไนอาซิน และ โปรตีน เป็นต้น

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ใบบัวบก


ใบบัวบก เป็นพืชใบสวยที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานาสารพัน สรรพคุณทางยาที่รู้กันมาช้านานก็คือใบบัวบก ช่วยสมานแผลภายนอก ส่วนสารสกัดที่ได้จากผลแห้ง ก็ใช้รักษแผลในกระเพราะอาหาร และช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สมองก็ทำงานได้ดีขึ้น จึงช่วยให้ความจำดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ใบบัวบก ยังอุดมไปด้วยไวตามินบี 1 ซึ่งมีมากกว่าผักอีกหลายชนิดในปริมาณที่เท่ากัน เช่น กะหล่ำปลี ผักกระเฉด กะหล่ำดอก คะน้า และยอดชะอม จากการวิจัยพบว่าไวตามินบี 1 เป็นไวตามินที่ช่วยในการพัฒนาสมองของคนเราอีกด้วย

ใบบัวบก นอกจากจะดีกับสมองแล้ว ยังบำรุงหัวใจด้วย เพราะช่วยลดอาการแพ้ ลดความดันเลือด และช่วยสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงบำรุงผิวพรรณด้วย ส่วนคุณสมบัติดั้งเดิม ที่เราทราบกันคือ แก้ช้ำใน และอาการบาดเจ็บภายนอกนั้นใบบัวบอกยังมีอยู่เตมเปี่ยม

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บร็อกโคลี


บร็อกโคลี เป็นผักตระกูลกะหล่ำ ซึ่งเป็น อาหารต้านมะเร็ง การรับประทานผักตระกูลกะหล่ำมากๆ ช่วยลดอัตราการเสี่ยงเป็น โรคมะเร็ง ที่ลำไส้ใหญ่ได้ บร็อกโคลี มีไวตามินเอสูง และยังอุดมด้วยเหล็ก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลีย และผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท นอกจากนี้ บร็อกโคลี ยังมีประโยชน์ต่อผู้ที่ปวดข้อ และช่วยป้องกัน โรคหัวใจ ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

น้ำผึ้ง


น้ำผึ้ง มีคุณสมบัติเป็นทั้ง อาหารและยา โดยเฉพาะยาลูกกลอน ของไทยจะมีน้ำผึ้งผสมอยู่ตามมาตรฐานสากล ถือกันว่าน้ำผึ้งที่จัดว่าเป็นน้ำผึ้งดีควรได้จากน้ำหวานของดอกกานพลู น้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เนื่องจากพบว่าคนที่ดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำจะมีอุจจาระเหลวกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำผึ้ง แต่ในทางตรงข้ามหากผู้ใดเกิดอาหารท้องเสีย น้ำผึ้งก็จะช่วยบรรเทาอาหารท้องเสียได้เช่นกัน คนโบราณจึงถือว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าน้ำตาลในน้ำผึ้งเป็นยานอนหลับอย่างอ่อนอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นม


นม มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ไวตามินบี เหล็ก และสังกะสีอีกเล็กน้อย นมวัว และ นมแพ มีไขมันสูง ไขมันในนมเป็นไขมัน ประเภทอิ่มตัว ซึ่งจะเพิ่มสปริมาณ โคเลสเตอรอลในเลือด ผู้ใหญ่จึงควรดื่ม นมพร่องมันเนย แต่จะได้ไวตามินเอ ไวตามินดี และไวตามินอีน้อยลง อย่าให้เด็กดื่ม นมพร่องมันเนย เพราะ เด็กจำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นตัวให้พลังงาน
ผู้ใหญ่จำนวนมากไม่มีเอนไซม์ย่อย น้ำตาลในนม เมื่อ ดื่มนม จึงทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด และท้องเสียได้ จึงควรหันไปรับประทาน นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนย และั เนยแข็งแทน

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ถั่วเหลือง


ถั่วเหลือง อุดมด้วยโปรตีน เหล็ก แคลเซียม ไวตามินบีรวม และเลซิทิน เลซิทินสามารถลดโคเลสเตอรอล ทำให้ปริมาณไขมันในเลือดลดลง ป้องกันการเกิดไขมัน อุดตันในหลอดเลือด บำรุงสมอง ถั่วเหลือง นำมาแปรรูปได้หลายแบบ เช่น แป้งถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง มิโสะ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เป็นต้น อีกทั้งยังนำมาปรุงอาหารได้หลากรูปแบบ เป็นอาหารที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ถั่วลันเตา


ถั่วลันเตา นิยมนำมาผัดแบบจีน ใน ถั่วลันเตา มีเบตาแคโรทีนสูง เมื่อนำมาผัดกับน้ำมัน จะช่วยให้ร่างกายนำเบตาแคโรทีนไปใช้ได้เพราะเบตาแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของไวตามินเอ ซึ่งละลายได้ในน้ำมัน
ถั่วลันเตา มีรแร่ธาตุหลายอย่าง เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารมาก เพิ่มอุจจาระ ทำให้ขับถ่ายได้คล่อง และ ที่สำคัญคือเส้นใยอาหารจะดูดสารพิษต่างๆ ในร่างกายแล้วขับออกนอกร่างกาย ช่วยป้องกัน มะเร็ง ได้ดี นอกจากนี้ ถั่วลันเตา และถั่วชนิดอื่นๆ ยังมีโปรตีนจาก พืชมากกว่าผักชนิดอื่นๆ และเป็นโปรตีนที่ดีต่อสสูขภา

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ถั่ว


ถั่ว ส่วนใหญ่ อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมัน มีแร่ธาตุต่างๆ และกรดไขมัน ชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ เราสามารถนำ ถั่ว มาประกอบอาหาร ได้หลายรูปแบบ เช่น นำมาคั่ว อบเนย หรือ ทำเป็นเครื่องดื่ม เช่นนม ถั่วเหลือง เป็นต้น

บทความที่ได้รับความนิยม